[D18 Special One-Shot] Golden Sky

posted on 10 Dec 2013 05:52 by qinaideni

 

Title :: Golden Sky

 

 

Author :: Diletto

 

 

Pairing :: D18

 

Rate :: PG

 

 

 

 

 

 

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรเพื่อใคร หรือว่าอยู่ข้างฝ่ายไหนทั้งนั้น...ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“สมแล้วที่เป็นเมฆา...ล่องลอยอย่างอิสระและไร้ซึ่งการผูกมัด ยังไงซะ ท้ายที่สุดแล้วท้องฟ้าก็ต้องมีเมฆล่ะนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผมว่าคุณน่ะเข้าใจผิดแล้วล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“...!?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อันที่จริง ท้องฟ้าน่ะ จำเป็นจะต้องมีเมฆที่ลอยเคียงข้างอย่างอิสระต่างหากล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นการชิงชัยกันระหว่าง ‘ฮิบาริ เคียวยะ’ กับ ‘ซูซูกิ อเดลไฮด์’

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางสมรภูมิรบที่มีความภาคภูมิใจที่เรียกว่า ‘กฎ’ เป็นเดิมพัน เทพีแห่งชัยชนะยืนกร่างอยู่ ณ เบื้องหลังของผู้พิทักษ์เมฆารุ่นที่สิบของวองโกเล่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีนิลสนิทแหงนมองท้องฟ้าสว่างที่ชวนให้นึกถึงใครบางคนที่อยู่ห่างออกไป...ไม่แม้แต่จะเหลียวมองวีรสตรีของชิม่อนแฟมมิลี่ที่ตกที่นั่งผู้แพ้อย่างหมดสภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นภาในเวลานี้...ช่างชวนคิดถึงบรรยากาศชั้นดาดฟ้าของนามิโมริของเขาเหลือเกิน

พลันให้เขานึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมาดื้อๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ‘ถ้าฉันชนะนายได้แล้ว นายจะต้องยอมมาเป็นแฟมมิลี่ของสึนะนะ’

 

 

 

 

 

 

 

 


 

“แล้วซักวันหนึ่งผมเนี่ยแหละ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“...”

 

 

 

 

 

 

 

 

“จะเป็นคนขย้ำท้องฟ้านั่นด้วยตัวของผมเอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงของเมฆาฟังดูแน่วแน่และหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘เคียวยะ!!นายโอเคนะ!?’

‘อย่ามาแตะ…ฉันไม่เป็นอะไร’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถือเป็นความอัปยศอีกเรื่องของหัวหน้ากรรมการคุมกฎอย่างเขา ถัดจากครั้งเมื่อตอนโกคุโยแลนด์เลยก็ว่าได้…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพียงเท่านี้ชื่อเสียงของเขามันป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเจ้าสัตว์กินพืชนั่น ฉันก็แค่มาขย้ำไอ้คนที่จับฉันเหวี่ยงในงานพิธีก็แค่นั้นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…และที่สำคัญฉันก็ไม่ได้มาที่นี่ในฐานะคนของวองโกเล่อะไรนั่นด้วยเหมือนกัน แต่ว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แค่ฉันมายืนอยู่ที่นี่ ณ เวลานี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

แกก็คงจะพอใจแล้วสินะ

...

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

...ม้าพยศ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

afterwards

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ครืดดดด.........

 

 

 

 

 

 

 

 


ประตูห้องกรรมการนักเรียนถูกเปิดโดยเจ้าของห้องที่มีริ้วรอยความเมื่อยล้าอยู่บนดวงหน้าหวานจางๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่แทนที่เจ้าตัวจะได้เอนกายนอนระนาบบนโซฟาอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อพื้นที่ตรงนั้นถูกจับจองโดยใครบางคนที่แสนจะคุ้นหน้าค่าตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไง เคียวยะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

บอสคาบัคโลเน่แฟมมิลี่รุ่นที่สิบหยีตาส่งยิ้มให้ผู้พิทักษ์เมฆาที่เดินเข้าห้องมาอย่างมึนตึง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมอนี่...ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งก็ยังทำสีหน้าระรื่นตลอด เห็นแล้วมันน่ารำคาญชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

 


“ใครอนุญาตให้นายเข้ามาในห้องนี้โดยพลการ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำเสียงบอกบุญไม่รับทำเอาดีโน่ที่นั่งคอยเจ้าตัวมาตลอดวันถึงกับหูตกเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันก็อยู่รอเคียวยะอยู่นี่ไงล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รอฉัน?

 

 

 

 

 

 

 


ฮิบาริขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ ส่วนดีโน่ก็ยังคงทำหน้าระรื่นต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงในใจของคนตัวเล็กจะอยากรู้เหตุผลว่าทำไม แต่ปากเจ้ากรรมที่ไวเท่าความคิดก็ชิงพูดอะไรที่ขัดแย้งออกมาซะเองอย่าช่วยไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มีเรื่องอะไรก็รีบๆว่ามา ตอนนี้ฉันอยากจะพักผ่อน...แต่ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปได้แล้ว นายมาอยู่ที่นี่มันน่ารำคะ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังไม่ทันที่ฮิบาริจะกล่าวจบบทเต่าสีเขียวตัวเท่าฝ่ามือก็ถูกยื่นให้มาพะงาบปากอยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“โค่~!”

 

 

 

 

 

 

 

 

เต่า?

 

 

 

 

 

 

 

 


ทำเอาคนตัวเล็กชะงักไปชั่วครู่ในขณะที่ดีโน่เตรียมจุดไฟที่แหวนพร้อมจะยัดใส่ปากเอนซิโอ้ทุกเมื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

“อะไรของนายน่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮะๆ ฉันมาหานายก็เพราะเรื่องนี้นั่นแหละ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จะมาเล่นตลกกันหรือไง”

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่ใช่อย่างงั้นซักหน่อย~ ฉันว่าจะมาช่วยดูแผลให้นายต่างหากล่ะ! เจ้านี่น่ะมีคุณพลังไฟของธาตุอรุณด้วยนะ...แค่ฉันเติมไฟ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความหวังดีของดีโน่เกือบจะบรรลุผลแค่เสี้ยววินาที…เพียงแต่ถูกสั่งห้ามโดยเจ้าของห้องในทันทีอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เก็บสัตว์เลี้ยงของแกไปซะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณหรืออย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

 

...หรืออาจจะเป็นเพราะคุณสมบัติของเจ้าเต่าฟองน้ำที่ประจักแจ้งจนเป็นที่รู้กันถึงความอันตรายยามที่มันถูกน้ำ พร้อมด้วยความไม่น่าเชื่อถือของดีโน่เวลาที่ไม่มีลูกน้องคอยติดตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำให้การันตีได้เลยว่าถ้าใช้เจ้านี่รักษา... ต้องมีเรื่องน่าปวดหัวอย่างไม่คาดคิดเกิดขึ้นแน่นอน!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อะ...อ้าว ทำไมล่ะ เคียวยะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

คนเค้าอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ แต่กลับถูกปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยนี่มัน...เฮ้อ...

 

 

 

 

 

 

 


ดีโน่ทำท่าคอตกอยู่เบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่มีเหตุผล”

 

 

 

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

 

 

 

 

นิ่งเงียบไปทั้งสองฝ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สิ้นสุดคำพูดของฮิบาริดูเหมือนว่าบอสคาบัคโลเน่หนุ่มจะกำลังใช้ความคิด(?) ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนเด็กเอาแต่ใจก็ได้แต่คิดว่าตัวเองพูดแรงไปหรือไม่? แต่จนแล้วจนรอด...ก็เขาพูดความจริงนี่!! ถ้าเจ้าม้าบ้านี่จะเสียใจมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาซักหน่อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

จะว่าไปเจ้านี่ก็เคยไปป่วนในฐานทัพวองโกเล่เมื่อสิบปีข้างหน้าเหมือนกันนี่นะ

 

 

 

 

 

 

 

 


เป็นสิ่งที่ดีโน่ฉุกคิดได้...เช่นนั้นเจ้าตัวจึงตัดสินใจเก็บเอนซิโอ้แล้วก็เดินดุ่ยๆออกจากห้องกรรมการนักเรียนไปโดยไม่บอกกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

ครืดดดด.........ปึง!

 

 

 

 

 

 

 

 


...

 

 

 

 

 

 

 

 

หางตาเรียวเหลือบมองไปที่ประตูห้อง

 

 

 

 

 

 

 

...ไปซะได้ก็ดี

 

 

 

 

 

 

 

 


ฮิบาริทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาสีดำสนิท ตั้งใจว่าจะหลับซักงีบสองงีบ

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่หัวหน้ากรรมการคุมกฎกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเวลาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

 

เกือบสิบห้านาที...

 

 

 

 

 

 

 


น่าประหลาดที่ตัวเองต้องรู้สึกหงุดหงิดในใจอยู่ตลอดเวลาจนอดไม่ได้ที่จะต้องพลิกซ้ายทีขวาที จนสุดท้ายตัวเขาก็ไม่อาจจะนอนกลางวันได้อย่างสนิทใจ!

 

 

 

 

 

 

 

 

หงุดหงิดชะมัด

 

 

 

 

 

 

 


ครืดดดด.........

 

 

 

 

 

 

 

 


สายตาคมกริบหันไปมองที่มาของเสียงแทบจะในทันที ซึ่งอีกฝ่ายที่ทำเสียงหนวกหูก็ไม่ใช่ใครอื่นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เคียวยะ! ฉันไปหายามาให้แล้.......ว!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กึก!

 

 

 

 

 

 

 

 


“เหวอ!!!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงที่คุ้นเคย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรรพนามที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อาจหาญกล้าใช้เอ่ยเรียก...แต่เสียงสร้อยที่ห้อยตามมานั้นมันคงไม่แคล้วว่าจะต้องเกิดปัญหาตามมาทุกทีสิน่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

เพล้ง!!

 

 

 

 

 

 

 


ขวดยาล้างแผล...ยาฆ่าเชื้อ ตกแตกบนพื้นกระเบื้องจนไม่มีชิ้นดี พร้อมกับดีโน่ที่ลงไปนอนกองกับพื้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้แต่ผ้าพันแผลที่ม้าพยศอุตส่าห์บากหน้าไปขอแบ่งมาจากอาจารย์ขี้หลีประจำห้องพยาบาลก็เลอะเชื่อมไปด้วยของเหลวสีฟ้าใสกับยาแดงสีเข้ม

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮิบาริมองดูสถานการณ์ตรงหน้า...ที่เห็นครบทุกช็อตตั้งแต่ต้นจนจบดังนั้นก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งี่เง่าชะมัด

 

 

 

 

 

 

 


“เก็บกวาดให้สะอาดด้วย”

 

 

 

 

 

 

 

ม้าพยศพยักหน้าหงึกหงัก...ส่วนใบหน้าส่ออาการจ๋อย...อย่างไม่มีปิดบังในความไม่ได้เรื่องของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

&n